ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

Thailand Convention & Exhibition Bureau (TCEB)

กีฬาและสุขภาวะกับการออกแบบประสบการณ์ไมซ์

ในวันที่ความรู้ ข่าวสาร และเนื้อหาจากเวทีระดับโลกเข้าถึงได้ง่ายผ่านหน้าจอ เหตุผลของการเดินทางมาเข้าร่วมงาน MICE จึงไม่ได้อยู่เพียงว่า “จะได้ฟังอะไร” แต่รวมถึง “จะได้ลงมือทำอะไร” “จะได้พบใคร” และ “จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นหลังจากงานจบลง”

Sport & Wellness จึงกำลังก้าวออกจากบทบาทของกิจกรรมเสริม ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งช่วงเช้า คลาสโยคะ หรือบริการนวดผ่อนคลาย และกลายเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบประสบการณ์ภายในงานอย่างจริงจัง เมื่อกีฬาและสุขภาวะกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ผู้คนไม่ได้ออกกำลังกายเพื่อดูแลร่างกายเท่านั้น แต่ยังใช้กิจกรรมเหล่านี้ในการสร้างความสัมพันธ์ พัฒนาตนเอง แสดงตัวตน และเชื่อมโยงกับผู้คนที่มีความสนใจร่วมกัน

งาน MICE จึงมีโอกาสนำพฤติกรรมเหล่านี้มาพัฒนาเป็น Active Experience ที่สร้างคุณค่าได้ตลอดเส้นทางของงาน ตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน ระหว่างการจัดงาน ไปจนถึงการรักษาความสัมพันธ์หลังงานจบลง หัวใจของแนวคิด Sport & Wellness as MICE Experience Design ไม่ใช่การเพิ่มกิจกรรมออกกำลังกายลงในกำหนดการให้มากขึ้น แต่คือการออกแบบให้การเคลื่อนไหว การดูแลสุขภาวะ การสร้างเครือข่าย เทคโนโลยี และเป้าหมายทางธุรกิจทำงานร่วมกันอย่างมีความหมาย

Article image 1

จากผู้รับฟัง สู่ผู้มีส่วนร่วมในประสบการณ์

งานประชุมและนิทรรศการในรูปแบบเดิมมักทำให้ผู้เข้าร่วมใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนั่งฟัง เดินชมบูธ และรับข้อมูลจำนวนมาก แม้กิจกรรมเหล่านี้ยังคงมีความสำคัญ แต่เมื่อดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลานาน ก็อาจนำไปสู่ความเหนื่อยล้า สมาธิที่ลดลง และความรู้สึกว่าตนเองเป็นเพียงผู้รับสาร

Active Experience ช่วยเปลี่ยนบทบาทของผู้เข้าร่วมจากผู้สังเกตการณ์ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของงานอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการเดิน วิ่ง ทำภารกิจเป็นทีม ฝึกหายใจ ทดลองอุปกรณ์ หรือตั้งเป้าหมายร่วมกัน กิจกรรมเหล่านี้เปิดโอกาสให้ผู้คนมีปฏิสัมพันธ์กับเนื้อหา แบรนด์ สถานที่ และผู้เข้าร่วมคนอื่นในระดับที่ลึกกว่าเดิม ประสบการณ์ที่เกิดจากการลงมือทำมักถูกจดจำได้ชัดเจนกว่าการรับชมเพียงอย่างเดียว เพราะสิ่งที่ติดอยู่ในความทรงจำไม่ได้มีเพียงข้อมูลบนเวที แต่ยังรวมถึงความรู้สึก ความสำเร็จ บทสนทนา และผู้คนที่ได้ร่วมทำกิจกรรมด้วยกัน นี่คือจุดที่ Sport & Wellness สามารถเพิ่มคุณค่าให้กับงาน MICE ได้มากกว่าการเป็นเพียงกิจกรรมเพื่อสุขภาพ

Article image 2

Run Clubs: การสร้างเครือข่ายที่เริ่มต้นจากการเคลื่อนไหว

การสร้างเครือข่ายในงาน MICE แบบเดิมมักเกิดขึ้นในงานเลี้ยงรับรอง ช่วงพักกาแฟ หรือพื้นที่แลกนามบัตร แต่สำหรับบางคน การเริ่มต้นบทสนทนาในบรรยากาศที่เป็นทางการอาจสร้างแรงกดดัน และไม่เอื้อต่อการทำความรู้จักกันอย่างเป็นธรรมชาติ

Run Club หรือกิจกรรมเดินและวิ่งร่วมกันช่วยสร้างพื้นที่ทางสังคมในอีกรูปแบบหนึ่ง เมื่อทุกคนกำลังเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน ความแตกต่างด้านตำแหน่ง หน่วยงาน หรือประสบการณ์อาจมีความสำคัญน้อยลงชั่วขณะ บทสนทนาจึงเริ่มต้นได้ง่ายและเป็นกันเองมากกว่าการแนะนำตัวในห้องประชุม กิจกรรมลักษณะนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นการแข่งขัน ผู้จัดอาจออกแบบเส้นทางหลายระดับ ตั้งแต่การเดินเพื่อสุขภาพ การวิ่งเบา ๆ ไปจนถึงเส้นทางสำหรับผู้ที่ต้องการท้าทายตนเอง พร้อมแบ่งกลุ่มตามอุตสาหกรรม ความสนใจ หรือหัวข้อที่ต้องการแลกเปลี่ยน

หากกิจกรรมจบลงด้วยอาหารเช้า การพูดคุยกลุ่มย่อย หรือการเยี่ยมชมพื้นที่สำคัญของเมือง Run Club จะไม่ได้สร้างเพียงสุขภาวะที่ดี แต่ยังทำหน้าที่เป็นทั้งกิจกรรมสร้างเครือข่ายและการนำเสนอจุดหมายปลายทางไปพร้อมกัน แบรนด์และผู้สนับสนุนก็สามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ การทดลองรองเท้า เครื่องแต่งกาย อุปกรณ์ติดตามการออกกำลังกาย เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ หรือบริการฟื้นฟูร่างกาย ในรูปแบบนี้ ผู้สนับสนุนงานไม่ได้ปรากฏอยู่เพียงบนป้ายหรือโลโก้ แต่มีบทบาทโดยตรงในการทำให้ประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมดีขึ้น

Article image 3

Recovery Zones: ดูแลพลังงานของผู้เข้าร่วมตลอดทั้งวัน

งานประชุมและนิทรรศการขนาดใหญ่อาจใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวัน ผู้เข้าร่วมต้องเดินเป็นระยะทางมาก รับข้อมูลจำนวนมาก และพูดคุยกับผู้คนอย่างต่อเนื่อง ความเหนื่อยล้าที่สะสมขึ้นย่อมส่งผลต่อสมาธิ คุณภาพการตัดสินใจ และความพร้อมในการเข้าร่วมกิจกรรมช่วงถัดไป

Recovery Zone จึงไม่ควรเป็นเพียงพื้นที่ที่มีเก้าอี้สำหรับนั่งพัก แต่สามารถพัฒนาให้เป็นพื้นที่ฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจได้ ภายในพื้นที่อาจมีจุดยืดกล้ามเนื้อ การฝึกหายใจ มุมพักสายตา พื้นที่เงียบ จุดเติมน้ำ บริการประเมินความพร้อมของร่างกาย หรือกิจกรรมเวลเนสที่สะท้อนเอกลักษณ์ของประเทศไทย เป้าหมายไม่ใช่การดึงผู้เข้าร่วมออกจากกิจกรรมหลักเป็นเวลานาน แต่คือการช่วยให้ทุกคนได้หยุดพักอย่างมีคุณภาพ ก่อนกลับเข้าสู่ห้องประชุม พื้นที่นิทรรศการ หรือการเจรจาธุรกิจด้วยพลังงานและสมาธิที่ดีขึ้น ในมุมของผู้จัดงาน Recovery Zone ยังเชื่อมโยงกับการวัดผลได้ ทั้งจำนวนผู้ใช้บริการ ระยะเวลาที่ใช้ คะแนนความพึงพอใจก่อนและหลังการพัก ตลอดจนความพร้อมในการกลับไปเข้าร่วมกิจกรรมอื่นภายในวันเดียวกัน เมื่อออกแบบอย่างเหมาะสม พื้นที่พักจึงไม่ใช่ช่องว่างระหว่างกิจกรรม แต่เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลประสบการณ์ผู้เข้าร่วมตลอดทั้งงาน

Wearable Challenges: เปลี่ยนการมีส่วนร่วมให้กลายเป็นข้อมูล

เทคโนโลยีสวมใส่และแอปพลิเคชันช่วยให้กิจกรรม Sport & Wellness ดำเนินต่อเนื่องได้ตลอดเส้นทางของงาน แทนที่จะจบลงหลังการวิ่งหรือคลาสออกกำลังกายเพียงครั้งเดียว ผู้จัดอาจสร้างภารกิจสะสมจำนวนก้าว นาทีการเคลื่อนไหว การเยี่ยมชมพื้นที่ต่าง ๆ การเข้าร่วมกิจกรรม หรือการทำภารกิจร่วมกันเป็นทีม พร้อมแสดงความก้าวหน้าผ่านกระดานคะแนน เหรียญดิจิทัล หรือเป้าหมายร่วมของผู้เข้าร่วมทั้งงาน อย่างไรก็ตาม การออกแบบที่ดีไม่ควรให้ความสำคัญเฉพาะผู้ที่แข็งแรงที่สุดหรือทำคะแนนได้สูงสุด แต่ควรเปิดโอกาสให้คนหลายกลุ่มประสบความสำเร็จได้ในแบบของตนเอง รางวัลอาจมอบให้ทีมที่เข้าร่วมกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ ทีมที่ช่วยเหลือสมาชิกมากที่สุด ทีมที่สำรวจพื้นที่ได้หลากหลาย หรือทีมที่ร่วมกันสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน

Wearable Challenge ยังเชื่อมกิจกรรมด้านสุขภาวะเข้ากับการสำรวจนิทรรศการได้อย่างแนบเนียน ผู้เข้าร่วมอาจได้รับคะแนนจากการเยี่ยมชมโซนสำคัญ ทดลองผลิตภัณฑ์ เข้าฟังการบรรยาย หรือร่วมกิจกรรมของผู้สนับสนุน วิธีนี้ช่วยกระจายผู้คนไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของงาน และเพิ่มโอกาสในการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าร่วมกับผู้แสดงสินค้า โดยไม่ทำให้รู้สึกว่ากำลังถูกบังคับให้เดินตามเส้นทางที่กำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม การใช้ข้อมูลสุขภาพหรือข้อมูลการเคลื่อนไหวต้องตั้งอยู่บนความสมัครใจ ผู้จัดควรอธิบายวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน เก็บเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น และเปิดโอกาสให้แต่ละคนเลือกได้ว่าต้องการแบ่งปันข้อมูลในระดับใด เทคโนโลยีจึงควรช่วยเพิ่มความสนุกและทำให้การมีส่วนร่วมวัดผลได้ โดยไม่ทำให้ผู้เข้าร่วมรู้สึกว่ากำลังถูกติดตามอยู่ตลอดเวลา

Fitness Racing: จากการแข่งขันสู่ชุมชนและระบบนิเวศทางธุรกิจ

Fitness Racing เป็นกิจกรรมที่ผสมผสานการวิ่ง การออกกำลังกาย และภารกิจที่ใช้มาตรฐานเดียวกัน ผู้เข้าร่วมอาจเลือกแข่งขันแบบบุคคล แบบคู่ หรือแบบทีม จึงรองรับผู้ที่มีเป้าหมายและระดับความพร้อมแตกต่างกันได้ คุณค่าของ Fitness Racing ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในวันแข่งขัน แต่เริ่มตั้งแต่ช่วงเตรียมตัว ผู้เข้าร่วมต้องฝึกซ้อม สร้างทีม ตั้งเป้าหมายร่วมกัน และแบ่งปันความก้าวหน้าผ่านช่องทางออนไลน์ ด้วยเหตุนี้ ชุมชนจึงเริ่มก่อตัวขึ้นก่อนงานเปิดอย่างเป็นทางการ และยังสามารถดำเนินต่อไปหลังการแข่งขันสิ้นสุดลง ภายในงานไม่ได้มีเพียงนักกีฬา แต่ยังรวมถึงผู้ชม ผู้ฝึกสอน แบรนด์กีฬา ผู้ให้บริการด้านสุขภาพ ผู้ผลิตอุปกรณ์ ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม โรงแรม ตลอดจนผู้ให้บริการด้านการเดินทาง ทุกฝ่ายสามารถเข้ามาอยู่ในประสบการณ์เดียวกัน และสร้างคุณค่าต่อเนื่องจากกิจกรรมหลักได้

หลังจบงาน ผลการแข่งขัน ภาพถ่าย ความสำเร็จส่วนบุคคล และความสัมพันธ์ภายในทีมยังช่วยรักษาการมีส่วนร่วม ผู้เข้าแข่งขันอาจกลับไปฝึกซ้อมร่วมกัน สมัครงานครั้งถัดไป หรือชักชวนคนในเครือข่ายให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน Fitness Racing จึงเป็นตัวอย่างของกิจกรรมที่เชื่อมประสบการณ์ การสร้างชุมชน การเดินทาง และโอกาสทางธุรกิจเข้าด้วยกันได้อย่างชัดเจน

ออกแบบประสบการณ์ตั้งแต่ก่อนเริ่มงานถึงหลังจบงาน

Sport & Wellness Experience ที่มีประสิทธิภาพไม่ควรเริ่มต้นเมื่อผู้เข้าร่วมเดินทางมาถึงสถานที่จัดงาน แต่ควรเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางตั้งแต่ขั้นตอนการลงทะเบียน ในช่วงก่อนงาน ผู้จัดอาจสำรวจความสนใจ ระดับกิจกรรม เป้าหมายด้านสุขภาวะ และความต้องการด้านการเข้าถึง เพื่อนำมาใช้วางแผนกิจกรรมหลายระดับ และแนะนำโปรแกรมที่เหมาะกับแต่ละกลุ่ม ผู้เข้าร่วมอาจได้รับภารกิจเตรียมตัว โปรแกรมการเคลื่อนไหวเบื้องต้น ข้อมูลสำหรับดูแลสุขภาพ หรือการแนะนำสมาชิกในทีมผ่านแอปพลิเคชัน สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างความคุ้นเคย และทำให้เกิดความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของงานตั้งแต่ก่อนเดินทางมาถึง ระหว่างงาน ควรมีทางเลือกที่เหมาะกับความพร้อมที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การเดิน การยืดกล้ามเนื้อ การฝึกหายใจ และกิจกรรมผ่อนคลาย ไปจนถึงการแข่งขันหรือภารกิจแบบทีม การมีหลายระดับช่วยให้งานมีความครอบคลุม และไม่ทำให้ Sport & Wellness กลายเป็นกิจกรรมสำหรับผู้ที่มีสมรรถภาพทางร่างกายสูงเท่านั้น หลังจบงาน ผู้จัดอาจส่งข้อมูลสรุปกิจกรรม ผลงานของทีม ใบประกาศดิจิทัล ภาพถ่าย หรือคำแนะนำสำหรับเป้าหมายถัดไป พร้อมเชิญชวนให้เข้าร่วมชุมชนออนไลน์หรือกิจกรรมที่จัดต่อเนื่องในอนาคต เมื่อความสัมพันธ์ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง พลังที่เกิดขึ้นภายในงานจะไม่สิ้นสุดพร้อมพิธีปิด แต่ต่อยอดไปสู่การกลับมาร่วมงาน การแนะนำผู้อื่น และการสร้างเครือข่ายระยะยาวได้

จาก Return on Experience สู่ Return on Investment

Return on Experience หรือ ROE คือคุณค่าที่เกิดขึ้นกับผู้เข้าร่วมจากประสบการณ์ภายในงาน ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกมีส่วนร่วม ความสัมพันธ์ใหม่ พลังงานที่ดีขึ้น ความสำเร็จส่วนบุคคล ความทรงจำ หรือแรงบันดาลใจที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ส่วน Return on Investment หรือ ROI คือผลตอบแทนที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายทางธุรกิจและเศรษฐกิจ เช่น รายได้จากการสมัครเข้าร่วม มูลค่าการสนับสนุน จำนวนผู้มุ่งหวังทางธุรกิจ การขายสินค้า การกลับมาร่วมงานซ้ำ หรือการใช้จ่ายในจุดหมายปลายทาง

การเชื่อม ROE ไปสู่ ROI ต้องเริ่มจากการกำหนดวัตถุประสงค์ของแต่ละประสบการณ์ให้ชัดเจน ผู้จัดจำเป็นต้องรู้ว่ากิจกรรมนั้นต้องการสร้างความรู้สึกหรือพฤติกรรมใด และพฤติกรรมนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างไร

Run Club อาจมีเป้าหมายในการสร้างความสัมพันธ์ ผู้จัดจึงวัดได้ตั้งแต่จำนวนผู้สมัคร อัตราการเข้าร่วมจริง จำนวนคนที่ได้รู้จักกันใหม่ การนัดหมายหลังจบกิจกรรม ไปจนถึงโอกาสทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจากความสัมพันธ์เหล่านั้น

Recovery Zone อาจมีเป้าหมายในการรักษาพลังงานและสมาธิ ตัวชี้วัดจึงอาจครอบคลุมจำนวนผู้ใช้บริการ ความรู้สึกก่อนและหลังการพัก ระยะเวลาที่อยู่ภายในงาน และอัตราการกลับเข้าสู่กิจกรรมช่วงถัดไป

Wearable Challenge อาจวัดจากจำนวนผู้เข้าร่วมภารกิจ อัตราการทำภารกิจสำเร็จ การเยี่ยมชมโซนต่าง ๆ การทดลองผลิตภัณฑ์ และการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้สนับสนุน ส่วน Fitness Racing สามารถเชื่อมต่อกับรายได้จากการสมัคร ผู้ชม สินค้า ผู้สนับสนุน ที่พัก การเดินทาง อาหาร และการใช้จ่ายในเมืองเจ้าภาพ

ROE จึงไม่ใช่สิ่งที่อยู่ตรงข้ามกับ ROI แต่เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางการสร้างคุณค่า เมื่อประสบการณ์ที่ดีนำไปสู่การมีส่วนร่วม การมีส่วนร่วมนำไปสู่พฤติกรรม และพฤติกรรมนำไปสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจ ผู้จัดงานก็จะอธิบายคุณค่าของประสบการณ์เหล่านั้นได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

Thailand Wellness & Healthcare Expo × SPORTEC Thailand 2026: เชื่อมประสบการณ์สุขภาพกับโอกาสทางธุรกิจ

Thailand Wellness & Healthcare Expo × SPORTEC Thailand 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25–27 มิถุนายน 2026 ณ ไบเทค บางนา เป็นตัวอย่างของงานที่รวมสุขภาพ เวลเนส ฟิตเนส กีฬา และเทคโนโลยีไว้ในแพลตฟอร์มเดียวกัน ภายในงานไม่ได้มีเพียงพื้นที่จัดแสดงสินค้า แต่ยังประกอบด้วยกิจกรรม Functional Fitness เวิร์กชอปมวยไทย คลาสฟิตเนส พื้นที่ทดลองประสบการณ์ การเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญ และกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ

ผู้เข้าร่วมจึงสามารถเรียนรู้ ทดลอง ลงมือทำ และสร้างเครือข่ายทางธุรกิจได้ภายในงานเดียว ROE เกิดขึ้นจากการได้สัมผัสผลิตภัณฑ์และบริการจริง ได้รับความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ และค้นพบแนวทางดูแลสุขภาพที่เหมาะกับตนเอง ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการก็ต่อยอดประสบการณ์เหล่านี้ไปสู่การแนะนำสินค้า การสร้างรายชื่อผู้มุ่งหวัง การเจรจาธุรกิจ และความร่วมมือระหว่างองค์กรได้ กรณีนี้แสดงให้เห็นว่า Sport & Wellness Experience สามารถทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างผู้บริโภค ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ประกอบการ นักลงทุน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กิจกรรมสร้างประสบการณ์จึงไม่ได้แยกออกจากเป้าหมายทางธุรกิจ แต่ช่วยให้ผู้ซื้อและผู้ใช้งานมองเห็นคุณค่าของผลิตภัณฑ์และบริการได้ชัดเจนขึ้น

Wearable Technologies Conference Asia: เทคโนโลยีที่ทำให้ประสบการณ์วัดผลได้

WT | Wearable Technologies Conference Asia 2025 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ร่วมกับ Medical Fair Thailand เป็นอีกตัวอย่างของการเชื่อมโยงเทคโนโลยี สุขภาพ กีฬา และโอกาสทางธุรกิจเข้าด้วยกัน งานประชุมนำเสนอความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสวมใส่ ตลอดจนการประยุกต์ใช้ในด้านสุขภาพ กีฬา และอุตสาหกรรมอื่น ๆ ควบคู่ไปกับการสร้างเครือข่าย การนำเสนอผลิตภัณฑ์ และการพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจ เทคโนโลยีสวมใส่มีบทบาทสำคัญต่ออนาคตของ MICE Experience Design เพราะช่วยให้ผู้จัดมองเห็นระดับการมีส่วนร่วม ออกแบบภารกิจให้เหมาะกับผู้ใช้แต่ละกลุ่ม และประเมินผลลัพธ์ของกิจกรรมได้ละเอียดขึ้น สำหรับงานแสดงสินค้า การเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อได้ทดลองใช้อุปกรณ์จริงยังช่วยเปลี่ยนเทคโนโลยีที่ซับซ้อนให้กลายเป็นประสบการณ์ที่เข้าใจได้ง่ายขึ้น การทดลองใช้สามารถนำไปสู่บทสนทนาเชิงธุรกิจ การนัดหมาย การขอข้อมูลเพิ่มเติม และการพัฒนาความร่วมมือในขั้นถัดไปได้โดยตรง

Article image 4

โอกาสของประเทศไทยในการพัฒนา Sport & Wellness MICE

ประเทศไทยมีองค์ประกอบที่นำมาต่อยอดเป็น Sport & Wellness Experience ได้หลากหลาย ทั้งสถานที่จัดงานที่รองรับกิจกรรมขนาดใหญ่ เส้นทางในเมือง พื้นที่ธรรมชาติ มวยไทย อาหารเพื่อสุขภาพ ภูมิปัญญาด้านการดูแลร่างกาย และวัฒนธรรมการบริการ ผู้จัดงานสามารถออกแบบให้ประสบการณ์เริ่มต้นจากภายในสถานที่จัดงาน แล้วขยายออกไปสู่เมืองและชุมชนโดยรอบ ตัวอย่างเช่น การวิ่งชมจุดสำคัญของเมือง การปั่นจักรยานเชื่อมโยงชุมชน การจัดกิจกรรมฟื้นฟูร่างกายด้วยแนวทางเวลเนสของไทย หรือการออกแบบโปรแกรมอาหารที่เชื่อมโยงสุขภาวะเข้ากับวัตถุดิบท้องถิ่น แนวทางนี้ช่วยให้ผู้เข้าร่วมไม่ได้เพียงเดินทางมาใช้สถานที่ แต่ได้สร้างความสัมพันธ์กับจุดหมายปลายทาง ผู้ประกอบการ และชุมชนในพื้นที่ด้วย อย่างไรก็ตาม การออกแบบไม่ควรตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าทุกคนมีความพร้อมทางร่างกายเหมือนกัน กิจกรรมควรมีหลายระดับ และมีทางเลือกสำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ที่มีข้อจำกัดด้านสุขภาพ รวมถึงผู้ที่ไม่ต้องการเข้าร่วมกิจกรรมที่มีการแข่งขัน

ประสบการณ์ที่ดีควรทำให้ทุกคนรู้สึกว่าได้รับการต้อนรับ ไม่ใช่รู้สึกว่ากำลังถูกเปรียบเทียบหรือถูกตัดสินจากสมรรถภาพทางร่างกาย

ในด้านข้อมูล ผู้จัดควรสื่อสารอย่างโปร่งใส ขอความยินยอมอย่างชัดเจน และเก็บเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อการออกแบบและพัฒนาประสบการณ์ การวัดผลไม่ควรเกิดขึ้นโดยแลกกับความเป็นส่วนตัวหรือความเชื่อมั่นของผู้เข้าร่วม

จากสถานที่จัดงาน สู่แพลตฟอร์มสร้างการเปลี่ยนแปลง

อนาคตของ MICE ไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มกิจกรรมกีฬาและสุขภาวะลงในกำหนดการให้มากที่สุด แต่อยู่ที่การออกแบบให้องค์ประกอบทุกส่วนสนับสนุนกันอย่างมีเป้าหมาย

Run Club ช่วยให้คนแปลกหน้าเริ่มต้นบทสนทนาได้อย่างเป็นธรรมชาติ Recovery Zone ช่วยรักษาพลังงานและสมาธิตลอดทั้งวัน Wearable Challenge เปลี่ยนการมีส่วนร่วมให้กลายเป็นข้อมูล และ Fitness Racing เปลี่ยนกิจกรรมครั้งเดียวให้กลายเป็นชุมชนที่เดินหน้าต่อได้หลังงานจบลง เมื่อประสบการณ์เหล่านี้เชื่อมโยงกับตัวชี้วัดที่เหมาะสม ผู้จัดจะมองเห็นเส้นทางจากความรู้สึกของผู้เข้าร่วมไปสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ผลลัพธ์นั้นอาจเริ่มจากความพึงพอใจ ความสัมพันธ์ใหม่ การจดจำแบรนด์ และความตั้งใจกลับมาร่วมงาน ก่อนต่อยอดไปสู่รายได้ การสร้างผู้มุ่งหวังทางธุรกิจ ความร่วมมือระหว่างองค์กร และการใช้จ่ายในจุดหมายปลายทาง

Return on Experience จึงไม่ใช่ปลายทาง แต่เป็นจุดเริ่มต้นของ Return on Investment นี่คือโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการก้าวจากการเป็นสถานที่รองรับการจัดงาน ไปสู่การเป็นจุดหมายปลายทางที่เปลี่ยนพลังของผู้เข้าร่วมให้กลายเป็นคุณค่าของผู้คน ธุรกิจ ชุมชน และเมืองเจ้าภาพได้อย่างเป็นรูปธรรม

ล่าสุด ประเทศไทยเตรียมรับผู้นำนวัตกรรมเวลเนสจากนานาชาติสู่การประชุมสุดยอดผู้นำเวลเนสโลก (Global Wellness Summit: GWS) ที่ภูเก็ต ในเดือนพฤศจิกายน 2569 ที่จะกำหนดทิศทางเทรนด์โลก และขยายบทบาทความเป็นผู้นำด้านเวลเนสของประเทศไทยในระดับสากล ซึ่งการเป็นเจ้าภาพจัดงานนี้ยังสะท้อนวิสัยทัศน์ของรัฐบาลไทยในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเวลเนสระดับโลก (Global Wellness Hub)

Subscribe to TCEB
updates and stay informed about events, activities, and key announcements
* indicates required
or